มาเฟียร้านหนังสือออนไลน์

มาเฟียร้านหนังสือออนไลน์สวัสดีครับทุกท่านเมื่อพูดถึงเรื่องของมาเฟียหรือขาใหญ่แล้วผมเองบอกเลยครับว่ามันมีทุกวงการจริงซึ่งก็รวมไปถึงวงการร้านหนังสือออนไลน์ด้วย

หลายคนที่ได้ยินเช่นนี้อาจจะฉงนระคนปนสงสัยว่าธุรกิจร้านหนังสือออนไลน์นั้นเขามีมาเฟียกันด้วยหรือซึ่งผมเองบอกเลยครับว่ามันมีมาเฟียแฝงอยู่จริงและผู้ที่ทำตัวเป็นมาเฟียในวงการนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นร้านหนังสือออนไลน์เจ้าใหญ่เจ้าหนึ่งนั่นเอง

สาเหตุที่ร้านหนังสือออนไลน์ขาใหญ่วัยเก๋าทำตัวเป็นมาเฟียในวงการนี้ก็เพื่อต้องการสกัดกั้นไม่ให้ร้านหนังสือออนไลน์เกิดใหม่ได้รับความนิยมหรือมีอิทธิพลมากเกิดไปเพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้บริการหันไปหาร้านหนังสือออนไลน์เจ้าใหม่นั่นก็หมายความว่ากำลังการต่อรองและกำลังขายของร้านหนังสือออนไลน์เจ้าเก่าที่เคยมีมาเป็นอันต้องโดนก้าวล่วงดังนั้นจึงต้องทำการยับยั้งเอาไว้ไม่ให้มีอำนาจมากจนเกินไป

หน้าที่หลักของร้านหนังสือออนไลน์ที่ทำตัวเป็นมาเฟียเหล่านี้ก็คือการทำตัวเป็นขาใหญ่คอยแทรกแซงกิจกรรมของร้านหนังสือออนไลน์ขนาดเล็กโดยเมื่อใดก็ตามที่ร้านหนังสือออนไลน์เล็กๆ จัดกิจกรรมอะไรขึ้นมาร้านหนังสือออนไลน์ที่เป็นมาเฟียก็จะจัดกิจกรรมดังกล่าวบ้างแต่จะมีการชักจูงด้วยข้อเสนอที่ล่อใจกว่าทำให้ลูกค้าหันมาสนใจที่จะใช้บริการร้านหนังสือของตนทำให้ในท้ายที่สุดแล้วร้านหนังสือออนไลน์เจ้าเล็กต้องพับเสื่อเก็บกลับบ้าน เลิกกิจการหรือไม่ก็ถอดใจอยู่เฉยๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับวงการร้านหนังสือออนไลน์อีกเลย นี่แหละครับความน่ากลัวของมาเฟียร้านหนังสือออนไลน์

ร้านหนังสือออนไลน์ของประเทศใดห่วยที่สุด

ร้านหนังสือออนไลน์ของประเทศใดห่วยที่สุดสวัสดีครับทุกท่านในบทความตอนที่แล่วผมเองได้มีการพูดถึงร้านหนังสือออนไลน์ของประเทสสหรัฐอเมริกาไปว่าเป็นร้านหนังสือออนไลน์ที่ดูเข้าท่าและทันสมัยมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลกไปก็มีหลายท่านถามต่อมาอีกครับว่าแล้วประเทศใดเป็นประเทศที่มีร้านหนังสือออนไลน์ที่ห่วยที่สุดในโลกซึ่งในเรื่องนี้นั้นผมเองขออนุญาตไม่ตอบครับเพราผมกลัวว่าคำตอบของผมนั้นมันจะไปสะกิด เสือนใจ ของคนประเทศใดประเทศหนึ่ง

ผมเองเชื่อเหลือเกินครับว่าผู้ที่สร้างร้านหนังสือออนไลน์ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติไหน ประเทสไหน ก็คงไม่มีใครคิดที่จะทำมันออกมาแบบห่วยแตกหรอกครับเพราถ้าทำเช่นนั้นจริงๆ ก็คงไม่มีใครที่จะยกย่อง สรรเสริญอยู่แล้วดังนั้นทุกคนที่สร้างมันขึ้นมันจึงต้องมีแนวคิดที่จะทมันให้ดีที่สุด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ

แต่เนื่องจากว่าต้นทุนและเทคโนโลยีของแต่ละประเทสไม่เหมือนกันดังนั้นจึงก่อให้เกิดการเปรียบเทียบขึ้นมาว่าร้านหนังสือออนไลน์ประเทศนั้นดี ร้านหนังสือออนไลน์ประเทศนี้ห่วยจึงทำให้เกิดการแบ่งแยกขึ้นมา

ดังที่ผมเองได้เคยบอกไปตั้งแต่บทความตอนที่แล้วนั่นแหละครับว่าไม่มีร้าหนังสือออนไลน์ใดที่ดีที่สุดและไม่มีร้านหนังสือออนไลน์ใดที่ห่วยที่สุดซึ่งการจะดีหรือไม่ดีนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ระบบหรอกครับหากแต่อยู่ที่คนมองมากว่าถ้าหากเราแบบหยามเหยียดแล้วล่ะก็ต่อให้ดีแค่ไหนก็กลายเป็นแย่ได้แต่ถ้าเรามองแบบให้เกียรติแล้วก็จะรู้ว่าทุกร้านหนังสือออนไลน์เขาก็มีดีที่แตกต่างกัน